<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวยชุดเริ่ม16ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กองสลากดีเดย์ขายหวยรวมชุด 5 ใบงวดแรก 16 ก.ค.นี้ เผยเสียงส่วนใหญ่หนุน นำร่องระยะแรกงวดละ 20 ล้านใบ ด้านรายย่อยวอนลดต้นทุนลงอีก เหตุยี่ปั๊วบวกกำไรเพียบ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันชี้ไม่แก้สลากแพง เพราะยังมีเสือนอนกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า สำนักงานสลากฯ จะเดินสายรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับนโยบายการจำหน่ายสลากรวมชุดเองของสำนักงานสลากฯ โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ และจดหมายเปิดผนึก พบว่าประมาณ 70% สนับสนุนให้มีการรวมชุดจำหน่าย ซึ่งหลังจากรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว จะสรุปรายละเอียดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าจะสามารถจัดจำหน่ายสลากรวมชุดได้เร็วที่สุดภายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะนำสลากจำนวน 20 ล้านฉบับ มารวมชุด ชุดละ 5 ฉบับ คิดเป็น 4 ล้านชุด ส่วนอีก 60 ล้านฉบับจะขายแบบใบเดี่ยวเหมือนเดิม โดยสลากรวมชุดจะเป็นการนำสลากแบบใบเดี่ยวราคา 80 บาท มารวมเป็นชุด 5 ใบ ซึ่งขายได้ง่ายกว่าแบบใบเดียวราคา 400 บาท และตรงกับความต้องการของประชาชนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากรับฟังความคิดเห็น 70% เห็นด้วยกับแนวทางการรวมชุดของสลาก แต่ยังมีประเด็นที่เป็นเสียงแตกอยู่ คือ จะให้จำหน่ายเป็นร้านค้าประจำจุด หรือขายหาบเร่เหมือนเดิม ซึ่งสำนักงานสลากฯ อยากให้มีการขายแบบประจำจุดมากกว่า เพราะสามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยจะมีการติดกล้องวงจรปิด ใช้แอปพลิเคชันยืนยันการขายแบบรวมชุดให้ตรวจสอบได้ง่าย&amp;rdquo; นายธนวรรธน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า หากการรับฟังความคิดเห็นสรุปว่าให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้ ก็ไม่ต้องเรียกผู้ขายมาทำสัญญาใหม่ เพราะสัญญาเดิมมีการเปิดกว้างให้รายย่อยสามารถจำหน่ายสลากรวมชุดได้อยู่แล้ว แต่หากพบว่ายังมีการขายเกินราคา ก็สามารถดำเนินการตัดโควตาได้ทันที ซึ่งปัจจุบันได้มีการตัดโควตาสำหรับผู้ทำผิดไปแล้ว 5 พันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอเรื่องการขอให้มีการปรับเพิ่มโควตาสลาก สำหรับผู้ค้ารายย่อย จากปัจจุบันได้รายละ 5 ชุดนั้น รัฐบาลขอยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายในการปรับเพิ่มโควตาดังกล่าวแต่อย่างใด โดยยังเป็นไปตามนโยบายเดิมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับสลากรวมชุด แต่ควรสลายการรวมชุดมากกว่าทำเสียเอง เพราะแก้ไขการขายเกินราคาไม่ได้ หรือทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากลอตเตอรี่ยังคงเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ค้าคนกลางที่รับซื้อมาจากผู้ค้าที่ได้รับโควตา แต่ไม่ยอมขายเอง เมื่อสำนักงานสลากฯ นำลอตเตอรี่รวมชุดออกมาจำหน่าย ยิ่งทำให้ราคาลอตเตอรี่ยังแพงขึ้น กลายเป็นรัฐบาลส่งเสริมการซื้อลอตเตอรี่แบบทวีคูณ จาก 1-2 ใบ ต้องมาซื้อเป็นแบบชุด 5 ใบ ทำให้ผู้บริโภคเสียเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สนับสนุนให้รวมลอตเตอรี่เป็นชุด แต่ขอให้แยกลอตเตอรี่เป็นคนละใบ เพราะหากใช้ใบเดียวแทน 5 ใบ หรือ 10 ใบ ผู้ค้าจะไม่สามารถแยกขายได้ และต้องการให้จัดสรรลอตเตอรี่รวมชุดให้กับผู้ค้ารายย่อย เพราะกระบวนการปัจจุบันผู้ค้าจะต้องนำลอตเตอรี่ใบเดี่ยวไปแลกเป็นลอตเตอรี่รวมชุด ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นใบละ 10 บาท ทำให้ต้องขายลอตเตอรี่ในราคาแพงขึ้น แต่หากจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยราคาลอตเตอรี่จะขยับลงมาที่ใบละ 80 บาทแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับสำนักงานสลากฯ ที่จะทำลอตเตอรี่รวมชุด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป และหันมาซื้อแบบรวมมากชุดมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคาลดลงได้ ทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ต้องมีแอปพลิเคชันหรือช่องทางโซเชียล เช่น ไลน์ เพิ่มเติมในการร้องเรียน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแจ้งข้อมูลและรูปภาพส่งให้ตรวจสอบได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ควรมีนโนบายการขายสลากออนไลน์ เพราะจะทำให้เกิดความเป็นธรรม และยังช่วยนำเงินใต้ดินที่มีกว่า 3 แสนล้านบาท มาเข้าระบบให้ถูกต้อง รวมทั้งให้ความสำคัญกับผู้พิการและผู้มีรายได้น้อยในการรับสิทธิ์ได้ขายก่อน เช่น การจัดทำตู้จำหน่ายสลากออนไลน์ และให้สิทธิ์กับผู้ที่มีโควตาเดิมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายประสาน น้อมจันทึก ผู้แทนกลุ่มสลาก 5 &amp;nbsp;ภาค กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วต้องมีการทำสลากรวมชุด เพราะที่ผ่านมากว่า 23 ปี ที่มีการขายสลากเกินราคา เสนอให้มีการจัดทำสลากรวมชุดแบบสลากใบเดียว แต่ขนาดต่างกัน ราคา 80, 240 และ 400 บาท โดยต้องการให้กระจายสลากเข้าถึงผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยตัวจริงมากที่สุด ขณะเดียวกันอยากให้สำนักงานกินแบ่งรัฐบาลลดต้นทุนสลากลง จากเดิมใบละ 68.80-70.40 บาท เพราะเมื่อมาถึงยี่ปั๊วจะบวกราคาเพิ่มและขายต่อราคาใบละ 85-88 บาท ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยต้องขายสูงราคาใบละ 100-120 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสลาก 5  ภาค, กองสลากดีเดย์, นายธนวรรธน์ พลวิชัย, นายธนากร คมกฤส, นายประสาน น้อมจันทึก, นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์, นายสังศิต พิริยะรังสรรค์, ผู้ค้ารายย่อย, ยี่ปั๊ว, ลอตเตอรี่, สลากรวมชุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af05ec794c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
